วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562

ดอกไม้ประจำชาติเอธิโอเปีย ดอกคาลล่า ลิลลี(Calla Lily)calla lily

ดอกไม้ประจำชาติเอธิโอเปีย
ดอกคาลล่า ลิลลี(Calla Lily)calla lily

      สวัสดีค่ะเราจะมาเเนะนำให้รู้จักกับดอกคาลล่า ลิลลีไปดูกันเลยค่ะ.
คาลล่า ลิลลี่(Calla Lily)
ชื่อวิทยาศาสตร์:Zantedeschia spp.
ชื่อวงศ์: (Family) Araceae

    ไม้ดอกชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในอัฟริกาใต้ มักปลูกไว้เป็นไม้ประดับ หรือไม้ตัดดอก จะปลูกไว้ในกระถาง หรือปลูกประดับไว้ตามอาคารบ้านเรือนก็ได้ คาลล่าลิลลี่เป็นไม้หัว ซึ่งมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มคือ


1. กลุ่มไม้หัวยืนต้น เช่นพันธุ์ Zantedeschia aethiopica สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี กลีบดอกมีสีขาว ใบมีสีเขียวเข้ม ในช่วงฤดูหนาวไปจนถึงต้นฤดูร้อนมักจะให้ดอกดกที่สุด ส่วนในช่วงฤดูฝนปริมาณดอกก็จะลดลงไป ในต้นหนึ่งจะให้ดอกได้ประมาณ 15-17 ดอก/ปี เมื่อตัดดอกมาปักในแจกันจะมีอายุอยู่ได้นาน 7-14 วัน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่รับแสงได้ประมาณ 50-70%

2. กลุ่มไม้หัวล้มลุก เช่นพันธุ์ Z. elliottiana, Z. albomaculata, Z. pentlandii, Z. rehmanii, Z. jucanda ส่วนสายพันธุ์ที่นิยมปลูกกันในปัจจุบันได้แก่ Black eye, Black magic, Childsiana, Green calla และ Sunlight ในแต่ละสายพันธุ์จะมีการเจริญเติบโต รูปร่างลักษณะ และสีที่แตกต่างกันไป ในช่วงฤดูหนาวมักจะหยุดการผลิตหัวใต้ดิน การให้ดอกในแต่ละต้นจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และขนาดของหัว


คาลล่าลิลลี่มีหัวเจริญอยู่ใต้ดิน ที่เรียกว่า “ไรโซม“(Rhizome) หรือ “ทิวเบอร์”(Tuber) เมื่อได้รับน้ำอย่างเพียงพอจะมีตาเจริญและพัฒนาขึ้นจากหัวนั้น ส่วนของรากก็จะเจริญมาจากหัว ซึ่งเป็นระบบรากย่อย

คาลล่าลิลลี่มักออกเป็นช่อบริเวณกลางลำต้น ช่อดอกจะประกอบไปด้วยเกสรตัวผู้ที่มีลักษณะเป็นละอองสีเหลือง ส่วนเกสรตัวเมียจะมีน้ำเมือกเหนียวๆ อยู่บริเวณด้านล่างของช่อดอก กลีบดอกจะมีสีสันแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด คาลล่าลิลลี่จะติดเมล็ดขึ้นเมื่อดอกได้รับการผสมพันธุ์ เมล็ดที่แก่แล้วเนื้อหุ้มเมล็ดจะมีลักษณะเป็นสีส้ม

การขยายพันธุ์ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การแยกหน่อ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และการเพาะเมล็ด

การปลูกคาลล่าลิลลี่ ควรใช้วัสดุปลูก ดังนี้
ขุยมะพร้าว 50% พีทมอส 30% ก้อนดินเผา (poppers) 20% ปูนขาว 10% mg ปุ๋ยสูตร 12-7-24 0.7 กิโลกรัม ดินที่ใช้ปลูกต้องเป็นดินที่มีลักษณะร่วนซุย สามารถระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี มีค่า pH ประมาณ 6-6.5 ในช่วงแรกของการปลูกควรให้น้ำในปริมาณน้อยๆ ก่อน จะให้แบบปกติได้ก็ต่อเมื่อรากเริ่มยึด มียอดและใบแทงขึ้นมาแล้ว ในระยะแรกคาลล่าลิลลี่ควรได้รับแสงเพียง 50-70% แล้วค่อยให้ได้รับแสงมากขึ้นเมื่อมียอดและใบที่ยาวขึ้นมาแล้ว หลังจากที่ปลูกได้ประมาณ 6-8 สัปดาห์ คาลล่าลิลลีก็จะมีดอกสวยงามออกมาให้เห็น

โรคและแมลงศัตรูพืช
แมลงศัตรูที่พบมากที่สุด เช่น หนอน เพลี้ยอ่อน ทาก และหนอนเจาะลำต้น ควรใช้ยาชนิดสัมผัสและดูดซึมเพื่อป้องกันและกำจัด ส่วนโรคที่พบได้มากในกลุ่มไม้หัวล้มลุก ซึ่งมักเกิดจากได้รับความชื้นสูงเกินไปคือ โรคโรคเน่าเละ ที่เกิดจากเชื้อรา Rhizoctonia sp., Fusarium sp. และเชื้อแบคทีเรีย Erwinia sp.



ที่มา:https://www.vichakaset.com/%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a2/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น